ทตโตริอยู่ทางตะวันตกของญี่ปุ่น มีสิ่งที่น่าสนใจมากมาย ตั้งแต่ “เนินทรายทตโตริ” เนินทรายที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น และแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติขึ้นชื่อ ร่องรอยทางประวัติศาสตร์ สถานที่เกี่ยวกับอนิเมะ จัดเต็มหมดทุกอย่าง แถมเดินทางง่ายจากโอซาก้าและเกียวโตด้วย

“ทตโตริ” เป็นสถานที่แบบไหนกันนะ?

จังหวัดทตโตริ ตั้งอยู่ทางฝั่งทะเลญี่ปุ่นใน ภูมิภาคจูโกกุ ซึ่งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของโอซาก้าและเกียวโต โดยเป็นพื้นที่ซึ่งเรียกกันว่าเป็น “ภาคซันอิน” เหมือนกับจังหวัดชิมาเนะซึ่งตั้งอยู่ติดกัน

ถึงแม้ว่าที่นี่จะเป็นจังหวัดที่มีประชากรน้อยที่สุดในญี่ปุ่นก็ตาม แต่บอกเลยว่าอุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติอันงดงามและยิ่งใหญ่เพียบ เช่น Tottori Sand Dunes (เนินทรายทตโตริ) เนินทรายที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น San’in Kaigan Geopark (อุทยานธรณีซันอินไคกัง) โดยองค์กร UNESCO เลยทีเดียว

ตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลิไปจนถึงฤดูใบไม้ร่วง เราสามารถเพลิดเพลินกับกิจกรรมพักผ่อนหย่อนใจได้มากมายไม่ว่าจะเป็นการปีนเขา หรือเล่นน้ำทะเลและพายเรือคายัคที่ทะเล เนื่องจากในฤดูหนาวโซนภูเขาจะปกคลุมไปด้วยหิมะอย่างหนาแน่น เราจึงสามารถเพลิดเพลินกับกิจกรรมเกี่ยวกับหิมะอย่างการเล่นสกีได้อย่างจุใจ

นอกจากธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์แล้วก็ยังเต็มไปด้วยอาหารกินการอร่อย ๆ อีกเพียบ เช่น อาหารทะเล อย่างปูและปลาทูน่า

แถมจ.ทตโตริก็ยังเป็นบ้านเกิดของ “คุณโกโช อาโอยามะ” นักเขียนการ์ตูนเรื่อง “ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน” และ “คุณชิเกรุ มิซึกิ” นักเขียนการ์ตูนเรื่อง “อสูรน้อยคิทาโร่” ด้วยนะเออ … บอกเลยว่าเราจะได้พบกับตัวการ์ตูนจากเรื่องดังกล่าวอยู่ทั่วทุกแห่งภายในจังหวัดเลยทีเดียว

วิธีการเดินทางไปยังจังหวัดทตโตริ

วิธีการเดินทางไปยังจังหวัดทตโตริมีเที่ยวบินตรงจากฮ่องกงและเกาหลีมาถึง Yonago Kitaro Airport (สนามบินโยนาโกะคิทาโร่) ที่ตั้งอยู่ทางตะวันตก

ส่วนวิธีการเดินทางมาจากประเทศอื่น ๆ นอกเหนือจากนี้ก็สามารถเดินทางต่อมาจากสนามบินนาริตะและสนามบินฮาเนดะในโตเกียว รวมถึงสนามบินนานาชาติคันไซในโอซาก้าได้เหมือนกัน

หลังจากที่เดินทางมาถึงญี่ปุ่นแล้ว เราสามารถนั่งเครื่องบิน รถไฟ หรือรถบัสต่อมาถึงจ.ทตโตริได้อย่างสะดวกสบาย

สำหรับใครที่เดินทางมาจากโตเกียวขอแนะนำให้ใช้เครื่องบินจะสะดวกที่สุด การเดินทางจากสนามบินฮาเนดะมาถึงสนามบินทตโตริ (หรือชื่อเล่นคือสนามบิน Tottori Sand Dunes Conan)ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 10 นาที

ส่วนการเดินทางจากโอซาก้า ฟุกุโอกะ หรือฮิโรชิม่ามาถึงสถานีทตโตริสามารถนั่งชินคันเซ็นหรือรถไฟด่วนพิเศษมาถึงได้โดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง – 4 ชั่วโมงครึ่ง

รายละเอียดเรื่องวิธีการเดินทางไปยังเมืองทตโตริสามารถเข้าไปดูได้จากบทความ ไกด์แนะนำด้านตะวันออกของจังหวัดทตโตริแบบจัดเต็มทั้งที่เที่ยว และอาหาร

ส่วนรายละเอียดเรื่องวิธีการเดินทางไปยังฝั่งโยนาโกะสามารถเข้าไปดูได้จากบทความ “ไกด์แนะนำภาคตะวันตกของจ.ทตโตริแบบจัดเต็มทั้งที่เที่ยว อาหาร และการเดินทาง

วิธีการเดินทางภายในจังหวัดทตโตริ

เนื่องจากรถไฟวิ่งผ่านทั้งสถานี คุระโยชิ (Kurayoshi) สถานีโยนาโกะ (Yonago) สถานี ซาคาอิมินาโตะ (Sakaiminato) และสถานีทตโตริ (Tottori) ซึ่งเป็นฐานที่มั่นในการท่องเที่ยว จึงขอแนะนำให้ใช้บริการรถไฟในการเดินทางระหว่างเขตภายในจังหวัดจะสะดวกมาก ส่วนวิธีการเดินทางภายในตัวเมืองหรือวิธีการเดินทางออกนอกเมืองขอแนะนำให้ใช้บริการรถบัสหรือรถแท็กซี่จะดีที่สุด

สำหรับรายละเอียดเรื่องวิธีการเดินทางภายในเมืองทตโตริและบริเวณโดยรอบสามารถเข้าไปดูได้จากบทความ “ไกด์แนะนำด้านตะวันออกของจังหวัดทตโตริแบบจัดเต็มทั้งที่เที่ยว และอาหาร (รอบเมืองทตโตริ)!

ส่วนรายละเอียดเรื่องวิธีการเดินทางภายในเมืองคุราโยชิและบริเวณโดยรอบสามารถเข้าไปดูได้จากบทความ “ไกด์แนะนำภาคกลางของจ.ทตโตริแบบจัดเต็มทั้งที่เที่ยว อาหาร และการเดินทาง

และวิธีการเดินทางภายในเมืองโยนาโกะและบริเวณโดยรอบสามารถเข้าไปดูได้จากบทความ “ไกด์แนะนำภาคตะวันตกของจ.ทตโตริแบบจัดเต็มทั้งที่เที่ยว อาหาร และการเดินทาง

แนะนำแหล่งท่องเที่ยวภายในจังหวัดทตโตริแต่ละพื้นที่

แหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อภายในแถบตะวันออกของจังหวัดทตโตริ

เอื้อเฟื้อภาพโดย : ©จังหวัดทตโตริ

ภาคตะวันออกซึ่งมีศูนย์กลางเป็น เมืองทตโตริ คือที่ตั้งของ Tottori Sand Dunes (เนินทรายทตโตริ) เนินทรายที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นที่เราสามารถเพลิดเพลินได้อย่างจุใจกับธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมขี่อูฐ หรือ Sand Museum (พิพิธภัณฑ์ศิลปะจากทราย) พิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งเดียวในโลกที่จัดแสดงในธีมประติมากรรมทราย และยังมี Uradome Coast (ชายฝั่งอุราโดเมะ) ส่วนหนึ่งของอุทยานธรณีซันอินไคกังที่ขึ้นชื่อเรื่องทัศนียภาพอันงดงามของชายฝั่งเว้าแหว่ง

ส่วนไฮไลท์ภายในเมืองทตโตริจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากร่องรอยทางประวัติศาสตร์อย่าง ซากปราสาททตโตริ และ อาคารเก่า Jinpūkaku (จิมปุคาขุ) สำหรับใครที่อยากช้อปปิ้งของฝากก็ขอแนะนำให้แวะไปที่ถนนมิงเกคังโดโอริ (Mingeikan Doori) หรือก็คือถนนสายพิพิธภัณฑ์งานฝีมือพื้นบ้านญี่ปุ่นนั่นเองค่ะ

นอกจากนี้ ชานเมืองทตโตริก็ยังเป็นที่ตั้งของแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ อย่าง Hakuto Shrine (ศาลเจ้าฮาคุโตะ) ที่แปลว่าศาลเจ้ากระต่ายขาว อันที่มีที่มาจาก “อินาบะ โนะ ชิโระอุซากิ (*1)” ซึ่งปรากฏอยู่ใน “โคะจิกิ” พงศาวดารที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่นด้วย ส่วนเมืองจิซุที่ตั้งอยู่ถัดไปทางตอนใต้เล็กน้อยเป็นที่ตั้งของ จิซุชุขุ ซึ่งยังคงหลงเหลือทัศนียภาพของเมืองแหล่งโรงเตี๊ยมที่มีเหล่านักเดินทางแวะเวียนกันมาพักมากมายใน สมัยเอโดะ (ปี 1603 -1868)

*1 : อินาบะ โนะ ชิโระอุซากิ …… คือเรื่องเล่าภายใน ”โคะจิกิ” พงศาวดารที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่นซึ่งถูกรวบรวมเอาไว้ในศตวรรษที่ 8 เป็นตำนานเกี่ยวกับกระต่ายแสนที่ร้องไห้คร่ำครวญจากการถูกฉลามฉีกถลกหนัง และได้รับความช่วยเหลือจาก “โอคุนินูชิโนะโอคามิ” เทพเจ้าประจำศาลเจ้าอิซุโมะไทฉะ

แหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อภายในแถบใจกลางจังหวัดทตโตริ

เอื้อเฟื้อภาพโดย : ©จังหวัดทตโตริ

ภายในฐานที่มั่นแห่งการท่องเที่ยวอย่าง เมืองคุราโยชิ เป็นที่ตั้งของ กลุ่มโกดังกำแพงขาว กำแพงบ้านเรือนของเหล่าพ่อค้าซึ่งสร้างขึ้นมาใน สมัยเอโดะ และ สมัยเมจิ (1868 – 1912) ที่ยังหลงเหลือสภาพเมืองให้เห็นกันอยู่ในปัจจุบัน เราจึงสามารถดื่มด่ำกับอารมณ์ราวกับย้อนเวลากลับไปยังญี่ปุ่นสมัยก่อนได้อย่างเต็มอิ่ม

นอกจากนี้ ชานเมืองคุราโยชิก็ยังเป็นที่ตั้งของ Misasa Onsen (มิซาสะออนเซ็น) ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องมีปริมาณเรดอนผสมอยู่มากเป็นอันดับต้น ๆ ของโลกอีกด้วย บอกเลยว่าเหมาะกับการมาเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจคลายความเหนื่อยล้าเป็นอย่างยิ่ง ภายใน Mitokusan Sanbutsu-ji (วัดมิโตคุซัง ซัมบุตสึจิ) ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากมิซาสะออนเซ็นเล็กน้อยเป็นที่ตั้งของ Nageiredo (นาเกอิเระโด) โบสถ์ศักดิ์สิทธิ์ที่ตั้งตระหง่านอยู่บนหน้าผาชันสูงประมาณ 520 เมตร

แถมบริเวณใกล้กับสถานียุระ (Yura) ห่างจากคุราโยชิ ด้วยการนั่งรถไฟประมาณ 10 นาที จะเป็นที่ตั้งของ Gosho Aoyama Manga Factory (พิพิธภัณฑ์โกโชอาโอยาม่า) สถานที่จัดแสดงและแนะนำผลงานของ “คุณโกโช อาโอยาม่า” ผู้ให้กำเนิดการ์ตูนเรื่อง “ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน” ด้วยนะ! ภาคกลางของจังหวัดทตโตริเป็นสถานที่ที่เหมาะกับผู้ที่มีความสนใจในวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นแบบสุด ๆ

แหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อภายในแถบตะวันตกของจังหวัดทตโตริ

เอื้อเฟื้อภาพโดย : ©จังหวัดทตโตริ

ส่วนแหล่งท่องเที่ยวห้ามพลาดเมื่อได้มาเยือนภาคตะวันตกของจ.ทตโตริเลยก็คือ ภูเขาไดเซ็น ซึ่งตั้งอยู่ห่างจาก เมืองโยนาโกะ ประมาณนั่งรถบัส 50 นาที ที่นี่มีเอกลักษณ์เป็นรูปร่างอันงดงามถึงขนาดมีการนำเอาไปเปรียบเทียบกับภูเขาไฟฟูจิเลยทีเดียว โดยกล่าวกันว่าทิศตะวันออกมีภูเขาฟูจิ ส่วนทิศตะวันตกนั้นมีภูเขาไดเซ็น ภูเขาไดเซ็นแห่งนี้ บอกเลยว่าที่นี่เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในภูมิภาคจูโกกุเลยล่ะค่ะ นอกจากนี้เรายังสามารถเพลิดเพลินกับธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ได้ตลอดทั้งปีอีกด้วยไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมปั่นจักรยานและปิคนิคบนที่ราบสูงตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลิจนถึงฤดูร้อน กิจกรรมชมใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง และกิจกรรมเล่นสกีในฤดูหนาว แถมในตอนกลางคืน ท้องฟ้าจะพร่างพรายไปด้วยหมู่ดาวอันงดงามอีกด้วย

บริเวณโดยรอบภูเขาไดเซ็นเป็นที่ตั้งของวัด Daisen-ji (วัดไดเซ็นจิ) สถานที่ปฏิบัติธรรมทางศาสนาพุทธตั้งแต่สมัยที่ขุนนางกุมอำนาจอย่างสมัยนารา (710 – 784) และ Tottori Hanakairo-Flower Park (สวนดอกไม้ทตโตริฮานะไคโร) สวนดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น

นอกจากนี้ เมืองซาไคมินาโตะ ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากโยนาโกะประมาณนั่งรถไฟ 45 นาทีก็ยังขึ้นชื่อเรื่องเป็นแหล่งจับปูหิมะ (เบนิสุไวกานิ) และปลาทูน่าสดใหม่มากเป็นอันดับ 1 ของญี่ปุ่นอีกด้วย ทำให้เราสามารถลิ้มรสกับ อาหารทะเล สดใหม่ได้อย่างเต็มที่

ซาไคมินาโตะเป็นบ้านเกิดของ “คุณชิเกรุ มิซึกิ” นักเขียนการ์ตูนเรื่อง “อสูรน้อยคีทาโร่” ภายในเมืองจึงมี ถนนมิซึกิชิเกรุ ที่เรียงรายไปด้วยรูปปั้นทองแดงรูปปีศาจมากกว่า 170 ตัวตั้งเอาไว้ให้ได้ชมกันด้วย

อาหารแนะนำของจังหวัดทตโตริ

เอื้อเฟื้อภาพโดย : ©จังหวัดทตโตริ

เมื่อเอ่ยถึงอาหารแนะนำที่ห้ามพลาดเมื่อได้มาเที่ยวจังหวัดทตโตริแล้วก็ แน่นอนว่าต้องนึกถึง ข้าวหน้าปลาดิบ (ไคเซนด้ง) ที่ใช้วัตถุดิบเป็นอาหารทะเลสดใหม่ตามฤดูกาลอย่างเช่นปูหรือปลาทูน่ากัน แล้วก็บอกเลยว่าห้ามพลาดผลิตภัณฑ์จากไก่ที่เลี้ยงแบบปล่อย “ไดเซนจิโดริ” และผลไม้อย่าง ลูกแพร์นิจิเซกิ และแตงโมด้วยประการทั้งปวงจ้า

นอกจากนี้ จ.ทตโตริก็ยังเต็มไปด้วยเมนูอาหารที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอีกเพียบ! เช่น เมนูขึ้นชื่ออย่าง ยากิโซบะเครื่องใน ที่ผัดด้วยซอสมิโซะรสชาติหวาน ๆ เค็ม ๆ และ ราเม็งซุปกระดูกวัวทตโตริ ที่มาพร้อมกับน้ำซุปสกัดจากกระดูกวัว สำหรับใครที่มีโอกาสได้มาเที่ยวทตโตริต้องลองแวะมาดื่มด่ำกับเมนูขึ้นชื่อมากมายเหล่านี้กันให้ได้สักครั้งแล้วล่ะค่ะ

บทส่งท้าย

เอื้อเฟื้อภาพโดย : ©ทตโตริ

เมื่อเอ่ยถึงจ.ทตโตริแล้วหลายคนมักจะนึกถึงเนินทรายกันซะส่วนใหญ่ แต่นอกจากนี้ ที่นี่ก็ยังเป็นแหล่งรวมแหล่งท่องเที่ยวทรงเสน่ห์อีกมากมายไม่ว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ แหล่งประวัติศาสตร์ รวมถึงแหล่งสัมผัสโลกแห่งอนิเมะยอดนิยมอีกด้วย

เนื่องจากเราสามารถนั่งรถไฟด่วนพิเศษจากโอซาก้ามาถึงได้อย่างง่ายดาย สำหรับใครที่มีโอกาสได้เดินทางมาเที่ยวญี่ปุ่นตะวันตกจึงบอกเลยว่าต้องลองแวะมาเที่ยวทตโตริกันดูให้ได้ค่ะ!

 

 

 

ที่ตั้งของจังหวัดทตโตะริ

จังหวัดทตโตะริ เป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของภูมิภาคชูโงะกุซึ่งตั้งอยู่ในทางตะวันตกของเกาะฮนชูประเทศญี่ปุ่น เป็นจังหวัดที่มีรูปร่างผอมยาวมีขนาดความยาวจากตะวันออกไปตะวันตกประมาณ 120 กิโลเมตร จากเหนือไปใต้ประมาณ 20-50 กิโลเมตร ทางตอนเหนือของจังหวัดหันหน้าเข้าสู่ทะเลญี่ปุ่น มีชายหาดที่งดงาม อย่างเช่น เนินทราย ทตโตะริ ทางตอนใต้ ยอดเขาไดเซ็น และภูเขาต่างๆทอดตัวยาวในเทือกเขาชูโงะกุ
แม้ว่าจะเป็นจังหวัดที่มีที่ราบสูงจำนวนมาก แต่เนื่องจากมีแม่น้ำไหลผ่าน3สายจึงทำให้เกิดพื้นที่ราบลุ่ม เป็นเมือง ทตโตะริ เมืองคุระโยะชิ และมีเมือง
โยะนะโงะเป็นศูนย์กลาง
จังหวัดทตโตะริมีสภาพอากาศอบอุ่น มีการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศอย่างชัดเจนในสี่ฤดู โดยจะมีฝนมากตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลิจนถึงฤดูใบไม้ร่วง และมีหิมะตกในฤดูหนาว
นอกจากนี้ภัยพิบัติทางธรรมชาติอย่างเช่นพายุไต้ฝุ่น ยังน้อยอีกด้วย

ข้อมูลทั่วไปของจังหวัดทตโตะริ

ขนาดพื้นที่ 3,507 ตารางกิโลเมตร
จำนวนประชากร ประมาณ 590,000 คน
จำนวนหลังคาเรือน ประมาณ 210,000 หลังคาเรือน
จำนวนเมือง แขวง และหมู่บ้าน 4 เมือง 14 แขวง 1 หมู่บ้าน
สถานที่ตั้งที่ว่าการจังหวัด เมืองทตโตะริ

คำเรียกจังหวัดทตโตะริ

มีทฤษฎีหนึ่งซึ่งมาจากหนังสือประวัติศาสตร์เล่มแรกของญี่ปุ่น “โคะจิกิ” กล่าวว่า ชื่อของเมืองทตโตะรินั้นมาจากการที่ราชวงศ์แห่งอาณาจักรยามะโตะ ได้สั่งให้เมืองต่างๆจับนก (โทะริ) และนำนกนั้นมาจ่ายเป็นภาษี
นอกจากนี้ในสมัยนั้น บริเวณพื้นที่ราบลุ่มทตโตะริมีหนองบึงซึ่งเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำจำนวนมาก จึงมีนายพรานที่มาล่านกซึ่งมากินปลาตรงผิวน้ำอาศัยอยู่เยอะ ผู้คนเหล่านี้ต่อมาเมื่อถูกปกครองภายใต้อำนาจของอาณาจักร
ยามะโตะ ได้กลายเป็น “หน่วยทตโตะริ” (หน่วยล่านก ) และต่อมาจึงกลายมาเป็นชื่อเรียกของจังหวัด “ทตโตะริ” ในปัจจุบัน

วิดีโอประชาสัมพันธ์จังหวัดทตโตะริ

Return to Top ▲Return to Top ▲