ภาคตะวันออกของจังหวัดทตโตริซึ่งมีศูนย์กลางเป็นเมืองทตโตรินอกจากจะมีธรรมชาติอันงดงามอย่างเนินทรายทตโตริและชายฝั่งอุราโดเมะแล้ว ก็ยังเป็นที่ตั้งของแหล่งท่องเที่ยวอย่างพิพิธภัณฑ์ศิลปะทรายแห่งเดียวในโลกอีกด้วย แถมยังมีอาหารอร่อยๆ อีกมากมาย

“ภาคตะวันออกของจังหวัดทตโตริ” มีอะไรบ้างนะ?

เอื้อเฟื้อภาพโดย : ©จังหวัดทตโตริ

ภาคตะวันออกของจังหวัดทตโตริ ซึ่งมีศูนย์กลางเป็น เมืองทตโตริ แห่งนี้เคยเป็น “อาณาจักรอินาบะ” ในศตวรรษที่ 7 มาก่อนและมีพัฒนาวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ขึ้นมามากมาย ทำให้ที่นี่ยังคงหลงเหลือร่องรอยทางประวัติศาสตร์ให้ได้ชมกันมากมายหลายแห่งภายในเมือง แถมยังมีการสร้างสรรค์ผลงานศิลปหัตถกรรมดั้งเดิมสุดเจ๋งขึ้นมาเพียบเลยอีกด้วย

นอกจากนี้ ภายในพื้นที่นี้ก็ยังอุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติอันยิ่งใหญ่อย่าง Tottori Sand Dunes (เนินทรายทตโตริ) เนินทรายที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นและ Uradome Coast (ชายฝั่งอุราโดเมะ) ชายฝั่งเว้าแหว่งอันงดงามด้วยนะ บอกเลยว่าห้ามพลาดกิจกรรมพักผ่อนหย่อนใจแบบ Outdoor มากมายของที่นี่ด้วยประการทั้งปวงค่ะ

วิธีการเดินทางไปยังภาคตะวันออกของจังหวัดทตโตริ

เมืองทตโตรินับเป็นจุดศูนย์กลางของการเดินทางท่องเที่ยวภายในภาคตะวันออกของจ.ทตโตริเลยก็ว่าได้

วิธีการเดินทางจากโตเกียว โอซาก้า ฟุกุโอกะ และฮิโรชิม่าไปยังเมืองทตโตริมีอยู่ 3 วิธีด้วยกันประกอบด้วยเครื่องบิน รถไฟ และรถบัส

วิธีการเดินทางมาจากโตเกียว

วิธีการเดินทางจากโตเกียวไปยังภาคตะวันออกซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองทตโตริขอแนะนำให้ใช้บริการเครื่องบินจะสะดวกที่สุด

สำหรับใครที่ต้องการเดินทางมาด้วยเครื่องบิน ให้นั่งเครื่องบินจากสนามบินฮาเนดะในโตเกียวมาลงที่สนามบินทตโตริทางภาคตะวันออกของจ.ทตโตริโดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 10 นาที ส่วนจากสนามบินมาถึงสถานี JR Tottori สามารถนั่งรถบัสมาถึงได้โดยใช้เวลาประมาณ 20 นาที ยิ่งถ้าเกิดใครใช้ ส่วนลดการต่อเครื่องของ ANA จะทำให้เราสามารถนั่งเครื่องบินจากสนามบินฮาเนดะมาถึงได้ในราคาเพียง 10,800 เยน / เที่ยวเท่านั้นเอง!

แต่สำหรับใครที่ต้องการเดินทางมาโดยรถไฟชินคันเซ็นก็ให้นั่งไปยังฮิเมจิหรือโอกายาม่าแล้วเปลี่ยนเป็นรถไฟด่วนพิเศษ (Limited Express) มาลงที่สถานีทตโตริโดยใช้เวลาประมาณ 5 – 6 ชั่วโมง ราคาประมาณ 20,000 เยน

วิธีการเดินทางมาจากโอซาก้า

วิธีการเดินทางจากโอซาก้ามาถึงเมืองทตโตริให้นั่งรถไฟด่วนพิเศษ “Limited Express Super Hakuto” มาลงที่สถานีทตโตริโดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาทีในราคาประมาณ 7,000 เยน

วิธีการเดินทางมาจากฟุกุโอกะ

ส่วนวิธีการเดินทางจากฟุกุโอกะมาถึงเมืองทตโตริให้นั่งชินคันเซ็นไปยังโอกายาม่าแล้วเปลี่ยนเป็นรถไฟด่วนพิเศษ “Limited Express Super Inaba” โดยใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง ราคาประมาณ 17,000 เยน

วิธีการเดินทางมาจากฮิโรชิม่า

ส่วนวิธีการเดินทางจากฮิโรชิม่ามาถึงเมืองทตโตริให้นั่งชินคันเซ็นไปยังโอกายาม่าแล้วเปลี่ยนเป็นรถไฟด่วนพิเศษ “Limited Express Super Inaba” โดยใช้เวลาประมาณ 2ชั่วโมงครึ่ง ราคาประมาณ 10,000 เยน

สำหรับใครที่อยากท่องเที่ยวในราคาประหยัดขอแนะนำให้ใช้บริการรถบัส

แต่ถ้าเกิดใครอยากเดินทางในราคาสบายกระเป๋าก็ขอแนะนำให้ใช้บริการรถบัสจะสะดวกที่สุด

การเดินทางจากโอซาก้ามาถึงสถานี JR ทตโตริใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงในราคามาตรฐาน 3,700 เยน แต่บอกเลยว่าช่วงนี้เป็นต้นไปจนถึงปลายเดือนมีนาคมปี 2018 มีการออกจำหน่ายตั๋วลดราคาเหลือ 1,000 เยนสำหรับชาวต่างชาติด้วยนะ!

และจากฮิโรชิม่ามาถึงสถานี JR ทตโตริ ใช้เวลา 5 ชั่วโมงครึ่ง ราคา 4,500 เยน

ส่วนการเดินทางมาจากโตเกียวและฟุกุโอกะจะเป็นรถบัสกลางคืน จากโตเกียวมาถึงสถานีทตโตริใช้เวลาประมาณ 9 ชั่วโมง 30 นาทีในราคา 10,500 เยน ส่วนจากฟุกุโอกะมาถึงสถานีทตโตริใช้เวลาประมาณ 9 ชั่วโมง 30 นาทีในราคา 9,700 เยน

วิธีการเดินทางภายในภาคตะวันออกของจังหวัดทตโตริ

วิธีการเดินทางภายในเมืองทตโตริ

เนื่องจากภายในเมืองทตโตริมี “แท็กซี่ 2,000 เยน” แบบบุฟเฟ่ต์ 3 ชั่วโมงวิ่งให้บริการด้วย เราสามารถให้เขาแนะนำที่เที่ยวเราได้เลย ว่าควรไปที่ไหนบ้าง แนะนำเลย สะดวกสุดๆ

เว็บไซต์หลัก : 2000yen! Tottori City Tourist Taxi

นอกจากนี้ก็ยังมีรถบัสวิ่งวนรอบเมือง “คุรุริ” ที่สามารถใช้บริการได้ในราคาครั้งละ 100 เยนตลอดสายและรถบัสนำเที่ยว “คิรินจิชิบัส” ที่วิ่งให้บริการรอบแหล่งท่องเที่ยวหลัก ๆ ในวันเสาร์ – อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์อีกด้วย ถ้าเกิดซื้อบัตรโดยสาร 1 วัน (600 เยน) ของ “คิรินจิชิบัส” เราจะสามารถขึ้น-ลงรถบัสได้อย่างไม่จำกัดตลอดทั้งวันเลยทีเดียว

วิธีการเดินทางแถบชานเมืองทตโตริ

ส่วนวิธีการเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวแถวชานเมือง แนะนำให้นั่งรถบัสหรือแท็กซี่มาจากสถานีที่ใกล้ที่สุดเลยจ้า เนื่องจากมีรถบัสวิ่งให้บริการน้อยคัน จึงควรระมัดระวังเรื่องเวลา อย่าไปสายกันะจ้ะ นอกจากนี้ยังมีบริการให้เช่าจักรยานด้วย ก็เลือกเอาตามใจชอบกันเลย

8 แหล่งท่องเที่ยวแนะนำภาคตะวันออกของจังหวัดทตโตริ

The Tottori Sand Dunes (เนินทรายทตโตริ)

เอื้อเฟื้อภาพโดย : ©จังหวัดทตโตริ

เนินทรายทตโตริ คือ เนินทรายที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นโดยครอบคลุมระยะทางจากตะวันออก – ตะวันตกถึงประมาณ 16 กิโลเมตร และจากเหนือ – ใต้อีกประมาณ 2.4 กิโลเมตร โดยเป็นแหล่งท่องเที่ยววิวสวยที่สามารถดื่มด่ำกับทัศนียภาพอันงดงามของทะเลญี่ปุ่นได้อย่างเต็มที่

นอกจากเราจะสามารถขี่อูฐเดินเล่นบนเนินทรายหรือเล่นร่มร่อน (Paragliding)ได้แล้ว เรายังสามารถเพลิดเพลินกับกิจกรรมต่างๆ เช่น การเล่นโยคะบนเนินทรายหรือปั่นจักรยาน Fat Bike (จักรยานล้อใหญ่) ได้อีกด้วย

ส่วนกิจกรรมต่างๆ นั้นสามารถจองได้ที่นี่เลยค่ะ

เนื่องจากใกล้ๆ กันยังมีอาคาร Sakyu Kaikan (ซาคิวไคคัง) ตั้งอยู่ ภายในมีจำหน่ายของฝากเกี่ยวกับเนินทรายเพียบเลย เวลาไปเที่ยวก็อย่าลืมแวะกันนะ

เราสามารถนั่งรถบัสจากสถานีทตโตริมาถึงได้โดยใช้เวลาประมาณ 25 นาที

ซาคิวไคคัง

ที่อยู่  : Tottori, Tottori, Fukubechoyuyama 2164

เว็บไซต์หลัก : http://sakyu.city.tottori.tottori.jp/ (เฉพาะภาษาญี่ปุ่นเท่านั้น)

Sand Museum (พิพิธภัณฑ์ทราย)

เอื้อเฟื้อภาพโดย : ©จังหวัดทตโตริ

พิพิธภัณฑ์ทราย แห่งนี้เปิดให้บริการเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่จัดแสดงผลงานประติมากรรมแกะสลักจาก “ทราย” แห่งเดียวในโลกภายใต้ธีม “เที่ยวทั่วโลกผ่านทราย” เปิดให้บริการตั้งแต่ปี 2006 โดยทุกปีจะมีการเชิญศิลปินนักปฏิมากรรมทรายจากทั่วโลกมาสร้างสรรค์ประติมากรรมทรายใหม่ ๆ อยู่เสมอ

เนื่องจากที่นี่ตั้งอยู่ข้าง ๆ ทางเข้าเนินทรายเลย จึงคุ้มค่าแก่การแวะมาเที่ยวพร้อมกับเนินทรายสุด ๆ

สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์ทรายสามารถเข้าไปดูได้จากบทความ “「The Sand Museum」พิพิธภัณฑ์รูปปั้นทรายแห่งแรกของโลก! จังหวัดทตโตริ

พิพิธภัณฑ์ทราย

ที่อยู่ : Tottori, Tottori, Fukubechoyuyama 2083-17

เว็บไซต์หลัก : http://www.sand-museum.jp/en/ (เฉพาะภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษ)

ถนน Mingeikan Folk Museum Street (ถนนสายพิพิธภัณฑ์งานฝีมือพื้นบ้านมิงเกคัง)

เอื้อเฟื้อภาพโดย : ©จังหวัดทตโตริ

นายแพทย์ประจำเมือง “โชยะ โยชิดะ” เป็นผู้นำในการริเริ่มฟื้นฟูผลงานศิลปหัตถกรรมในทตโตริตั้งแต่ช่วงก่อนสงครามไปจนถึงช่วงหลังสงคราม

ถนนพิพิธภัณฑ์งานฝีมือพื้นบ้านมิงเกคัง ที่ตั้งอยู่ใกล้สถานี JR ทตโตรินั้นเรียงรายไปด้วย พิพิธภัณฑ์งานฝีมือพื้นบ้านมิงเกคัง สำหรับชมเครื่องปั้นดินเผาอันแสนงดงาม หรือ Folk Crafts Shop TAKUMI,Tottori (ร้านงานฝีมือทาคุมิ) สำหรับช้อปปิ้งผลงานศิลปหัตถกรรม และร้านอาหารสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ Takumikappouten (ทาคุมิคัปโปเต็น) ที่สามารถดื่มด่ำกับอาหารท้องถิ่นได้อย่างเต็มอิ่ม

พิพิธภัณฑ์งานฝีมือพื้นบ้านมิงเกคัง

ที่อยู่ : Tottori, Tottori, Sakaemachi 651

เว็บไซต์หลัก : http://mingei.exblog.jp/ (เฉพาะภาษาญี่ปุ่น)

Jinpukaku (จิมปูคาขุ)

เอื้อเฟื้อภาพโดย : ©จังหวัดทตโตริ

จิมปุคาขุที่ตั้งอยู่ห่างจากสถานีทตโตริประมาณนั่งรถบัส 10 นาทีแห่งนี้ถูกใช้เป็นที่ประทับในครั้งที่จักรพรรดิไทโชเสด็จมาเยือนแถบซังอินในสมัยดำรงตำแหน่งมกุฎราชกุมาร โดยเป็นอาคารไม้ 2 ชั้นสไตล์เฟรนช์เรเนซองส์ซึ่งมีไฮไลท์อยู่ที่รูปแบบการตกแต่งภายในอันแสนงดงาม

จิมปูคาขุ

ที่อยู่ :Tottori, Tottori, Higashicho 2-121

เว็บไซต์หลัก : http://www.tbz.or.jp/jinpuukaku/ (เฉพาะภาษาญี่ปุ่น)

Uradome Coast (ชายฝั่งอุระโดเมะ : อุทยานธรณีซันอินไคกัง)

เอื้อเฟื้อภาพโดย : ©จังหวัดทตริ

ชายฝั่งอุระโดเมะ (อุทยานธรณีซันอินไคกัง – San’in Gaikan Geopark) เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถเพลิดเพลินการทัศนียภาพอันงดงามของชายฝั่งเว้าแหว่งและทะเลอันใสสะอาดซึ่งว่ากันว่ามีระดับความใสขนาดมองลงไปด้านล่างได้ถึง 25 เมตรเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีเรือสำราญนำเที่ยวชมรอบเกาะ และยังสามารถสนุกกับกิจกรรมพายเรือคายัคและดำน้ำตื้นได้อีกด้วย

สำหรับกิจกรรมพายเรือคายัคและกิจกรรมอื่นๆ สามารถจองผ่าน ที่นี่ หรือ ที่นี่ ได้

วิธีการเดินทางไปยังชายฝั่งอุราโดเมะขอแนะนำให้นั่งรถไฟไปยังสถานีอิวามิ (Iwami) และเช่าจักรยานจากด้านหน้าสถานีรถไฟจะดีที่สุด

ชายฝั่งอุระโดเมะ

ที่อยู่ : Tottori, Iwami district, Iwamicho, Uradome

เว็บไซต์หลัก : http://translate.google.co.jp/translate?hl=ja&sl=ja&tl=en&u=http%3A%2F%2Fwww.iwamikanko.org%2F

Hakuto Shrine (ศาลเจ้าฮาคุโตะ)

เอื้อเฟื้อภาพโดย : ©ทตโตริ

ภายในพงศาวดารที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่นอย่าง “โคะจิกิ” มีตำนานเกี่ยวกับกระต่ายที่ร้องไห้จากการโดนฉลากถลกหนัง และได้รับความช่วยเหลือจาก “โอคุนินุชิโนะโอคามิ” เทพเจ้าประจำศาลเจ้าอิซุโมะไทฉะบันทึกเอาไว้ด้วย

ศาลเจ้าฮาคุโตะ ซึ่งสร้างขึ้นมาจากตำนานที่ว่านี้ ขึ้นชื่อเรื่องเป็นแหล่งพาวเวอร์สปอตด้านความรัก เนื่องจากเชื่อกันว่าเทพเจ้าโอคุนินูชิและ “ยากามิฮิเมะ” หญิงงามแห่งอินาบะได้ผูกสัมพันธ์รักกันนั่นเอง ศาลเจ้านี้อยู่ห่างจากสถานีทตโตริโดยการนั่งรถบัสประมาณ 40 นาที

ศาลเจ้าฮาคุโตะ

ที่อยู่ : Tottori, Tottori, Hakuto 603

เว็บไซต์หลัก : https://hakutojinja.jp/foreign-language/

Ishitani Residence (บ้านตระกูลอิชิทานิ) และแหล่งโรงเตี๊ยม Chizu-shuku (จิซุชุขุ)

เอื้อเฟื้อภาพโดย : ©จังหวัดทตโตริ

เมืองจิซุตั้งอยู่ห่างจากเมืองทตโตริโดยการนั่งรถไฟ JR ประมาณ 50 นาที ที่เป็นที่ตั้งของ จิซุชุขุ ซึ่งยังคงหลงเหลือทัศนียภาพอันงดงามของเมืองแห่งโรงเตี๊ยมในสมัยเอโดะเอาไว้อย่างชัดเจนssบ้านตระกูลอิชิทานิ ซึ่งตั้งอยู่ที่นี่เป็นแหล่งที่เราสามารถเพลิดเพลินกับสถาปัตยกรรมทางประวัติศาสตร์ที่แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงทางเทคนิคการก่อสร้างตั้งแต่สมัยตอนต้นของยุคใหม่จนถึงยุคใกล้ปัจจุบัน

แถมบริเวณใกล้เคียงยังเป็นที่ตั้งของ Mitaki-en (มิตากิเอ็น) ภัตตาคารที่ขึ้นชื่อเรื่องเมนูอาหารที่ทำจากพืชผักบนภูเขาด้วยนะ

บ้านตระกูลอิชิทานิ

ที่อยู่  : Tottori, Yazu District, Chizucho, Chizu 396

เว็บไซต์หลัก  : http://www.ifs.or.jp/(เฉพาะภาษาญี่ปุ่น)

Wakasa Line (รถไฟสายวากาสะ)

เอื้อเฟื้อภาพโดย : ©จังหวัดทตโตริ

รถไฟสายวากาสะ คือ รถไฟท้องถิ่นที่ประกอบด้วยสถานีรถไฟ 9 แห่งซึ่งเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 1930 โดยวิ่งให้บริการระหว่าง Kōge Station – Wakasa Station เส้นทางรถไฟยังคงหลงเหลือทัศนียภาพอันงดงามสไตล์ญี่ปุ่นโบราณสมัยที่สายรถไฟเพิ่งเปิดให้บริการให้ได้ชมกันอยู่เหมือนเดิม เราสามารถซื้อตั๋วฟรีพาสสำหรับ 1 วันได้ในราคาเพียง 760 เยนเท่านั้น!

สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับรถไฟสายวากาสะสามารถเข้าไปดูได้จาก “แนะนำเสน่ห์ของ “วาคาซะเทะทสึโด”รถไฟท้องถิ่นของจังหวัดทตโตะริ!

Wakasa Station

ที่อยู่  : Tottori, Yazu District, Wakasacho, Wakasa 345-2

เว็บไซต์หลัก: http://www.infosakyu.ne.jp/~wakatetu/ (เฉพาะภาษาญี่ปุ่น)

“อาหารการกิน” ภาคตะวันออกของจังหวัดทตโตริ

เอื้อเฟื้อภาพโดย : ©จังหวัดทตโตริ

ส่วนอาหารการกินภาคตะวันออกของจ.ทตโตรินั้นนอกจากอาหารทะเลสดใหม่แล้ว ก็ขอแนะนำอาหารท้องถิ่นอย่าง ยากิโซบะเครื่องใน ผัดบนเตาเหล็กด้วยเช่นเดียวกัน

สำหรับใครที่อยากทานอาหารทะเลสดใหม่ก็ขอแนะนำให้แวะไปที่ “Karoichi Market (ตลาดคะโรอิจิ)” ตลาดปลาแห่งท่าเรือทตโตริที่ตั้งอยู่ใกล้กับ Tottori Station เลยจ้า บอกเลยว่าเราจะได้ลิ้มลองอาหารทะเลสดใหม่ที่ขึ้นจากท่าเรือทตโตริกันอย่างจุใจเลยทีเดียว

นอกจากนี้ก็ยังมีร้านค้าน่าเที่ยวที่ตั้งอยู่ห่างออกไปหน่อย แต่อยากให้ลองแวะกันก็คือฟาร์มss“Oenosato Shizen Bokujo Coco Garden (โอเอโนะซาโตะ ชิเซนโบคุโจ โคโค่ การ์เด้น)” ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องเมนูแพนเค้กจากไข่ไก่เลี้ยงแบบปล่อยยอดฮิตด้วยนะ… บอกเลยว่าห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง!

บทส่งท้าย

ภาคตะวันออกของจังหวัดทตโตริเป็นสถานที่ที่เราสามารถเพลิดเพลินกับกิจกรรมอันหลากหลายได้อย่างจุใจ ไม่ว่าจะเป็นการตระเวนเที่ยวชมร่องรอยทางประวัติศาสตร์ พักผ่อนหย่อนใจและดื่มด่ำกับอาหารแสนอร่อย แต่ถ้าเป็นไปได้ก็ขอแนะนำให้ลองแวะไปเที่ยวแถวชานเมืองทตโตริกันดูบ้าง รับรองว่าเราจะได้สัมผัสกับบรรยากาศสไตล์ญี่ปุ่นโบราณชวนให้คิดถึงกันอย่างแน่นอน

Return to Top ▲Return to Top ▲